วัดนางนองวรวิหาร

 

วัดนางนองวรวิหาร

วัดนางนอง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ถนนวุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ เดิมเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในชุมชนที่เรียกว่า “บางนางนอง” สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯให้บูรณปฏิสังขรณ์ และสถาปนาขึ้นใหม่ทั้งพระอาราม เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๕ เนื่องจากบริเวณที่ตั้งวัด ซึ่งเดิมเป็นนิวาสถานของสมเด็จพระศรีสุลาลัย พระราชชนนีของพระองค์ การบูรณปฏิสังขรณ์ใช้เวลาราว ๑๐ ปีจึงแล้วเสร็จ โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ วัดนางนองมีความงดงามในรูปลักษณ์พุทธศิลป์ไทย ผสมผสานศิลปะจีน ซึ่งเป็นงานศิลปกรรมพระราชนิยมในรัชกาลที่ ๓

 - พระอุโบสถ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันประดับด้วยเครื่องกระเบื้องเคลือบลายดอกไม้ร่วง บานประตูเป็นภาพเขียนประดับมุกลายมงคลของจีน

ภายในพระอุโบสถมีงานจิตรกรรมที่สวยสดงดงามมาก ที่ผนังพระอุโบสถส่วนบนเหนือกรอบหน้าต่างทุกด้าน เขียนเรื่องราวในพุทธประวัติตอนชมพูบดีสูตร ที่ผนังหลังพระประธานเขียนรูปพระจักรพรรรดิราช ส่วนที่บานแผละของประตูหน้าต่างเป็นภาพเครื่องราชูปโภค เครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องยศ เครื่องสิริมงคล เครื่องศัตราวุธ และเครื่องดนตรี อันเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ รวมทั้งรัตนะทั้งเจ็ดแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ และที่ผนังระหว่างช่องหน้าต่างเป็นภาพเรื่องสามก๊ก และระหว่างบานประตูหน้าพระอุโสถเป็นภาพฮก ลก ซิ่ว

อาจกล่าวได้ว่า รัชกาลที่ ๓ ทรงมีพระราชประสงค์ในการสถาปนาอุโบสถวัดนางนอง ให้เป็นพระอุโบสถที่แสดงถึงคติแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ ด้วยกลวิธีการออกแบบเรื่องราวภายในพระอุโบสถ ผูกเล่าเรื่องราวคติพระจักรพรรดิราช สัมพันธ์กันระหว่างองค์พระพุทธรูปประธาน และงานประดับภายในพระอุโบสถ โดยภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องชมพูบดีสูตร ซึ่งเป็นเรื่องราวของพระเจ้าชมพูบดี กษัตริย์ที่มีบุญญาธิการมาก ไม่มีกษัตริย์พระนครใดใกล้เคียงจะหาญเข้ามาต่อต้านได้ รวมทั้งการประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ ที่รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นด้วย

- พระพุทธมหาจักรพรรดิ พระประธานในอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปสำริดปิดทอง ทรงเครื่องกษัตริย์ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๒.๒๕ เมตร มีนามว่า เครื่องทรงที่ประดับทุกชิ้น หล่อแยกออกจากองค์พระ และนำมาสวมทับไว้ สำหรับมงกุฎของพระประธานวัดนางนององค์ที่สวมอยู่นี้ เป็นองค์ที่ ๒ กล่าวกันว่าเมื่อแรกสร้างมีความวิจิตรงดงามมาก กระทั่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้อัญเชิญไปประดิษฐานบนยอดนภศูลของพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ดังนั้น จึงต้องหล่อมงกุฎขึ้นใหม่เพื่อถวายคืน

- พระวิหารคู่ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีพาไลล้อมรอบ ไม่มีเครื่องลำยอง ประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบเป็นลวดลายจีน พระวิหารด้านทิศเหนือ เรียกกันว่า “วิหารหลวงพ่อผุด” สันนิษฐานว่า พระวิหารหลังนี้ เดิมน่าจะเป็นพระอุโบสถหลังเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระประธานในอุโบสถเดิมนั้น ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อผาด” เพื่อคล้องกับหลวงพ่อผุด ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหินทรายจมดินอยู่ เล่ากันว่า สายฟ้าฟาดลงบริเวณที่องค์พระจมอยู่ ดินจึงเกิดรอยแยก มองเห็นพระพุทธรูป ชาวบ้านจึงเรียกว่าหลวงพ่อผุด ประดิษฐานอยู่หน้าหลวงพ่อผาด พระประธานองค์เดิม

- พระเจดีย์ประธาน ตั้งอยู่หน้าพระอุโบสถ เป็นเจดีย์ทรงเครื่องขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณซึ่งเป็นฐานสิงห์ ย่อมุมไม้ยี่สิบ มีทางขึ้นด้านหน้า ซึ่งมีแผงกั้นทางขึ้นเป็นซุ้มทรงฝรั่ง ประดับกระเบื้องปรุลายจีน


ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.