กุยช่ายลี้ป๋อเง็ก
![]() |
| กุยช่ายลี้ป๋อเง็ก ตลาดพลู (ภาพประกอบโดย : Baiplu Dejkong) |
ในย่านตลาดพลูมีร้านกุยช่ายประมาณ
๒๐ - ๓๐ เจ้าโดยประมาณ ส่วนใหญ่กุยช่ายจะเป็นขายแบบรถเข็น
คนที่ทำกุยช่ายในตลาดพลูมีเยอะ ด้วยความเป็นชุมชนจีนดั้งเดิม แต่ด้วยรายละเอียดของขั้นตอนการทำ
เขาก็อยากให้ลูกหลานไปรับราชการมากกว่า ทำให้บางสูตรก็ไม่ได้รับการสืบทอดต่อ
จุดเริ่มต้นของลี้ป๋อเง็กกุยช่ายอาเหล่ากงและอาเหล่าม่า
ซึ่งมีลูกทั้งหมด ๔ คน
ซึ่งมีอาม่าหลีป๋อเง็กเป็นลูกคนโต อพยพทางสำเภาจากซัวเถา มาขึ้นที่มาเลเซีย
แถวปีนัง ต่อมาอาเหล่าม่าก็ย้ายครอบครัวมาประเทศสยาม นั่งรถไฟจากมาเลเซีย
มาลงที่สถานีตลาดพลู ซึ่งเป็นชุมชนคนจีนอยู่เดิม
หลังจากที่อาเหล่าม่าย้ายมาตลาดพลูได้ไม่นานก็เริ่มปั้นกุยช่าย
เพราะสมัยก่อนคนจีนจะมารวมตัวกันที่โรงเจ มาทำบุญกัน ใครมีอะไรก็มาช่วยกันทำ
ซึ่งกุยช่ายในสมัยก่อนไม่ใช่อาหารที่จะทำคนเดียวได้ การทำค่อนข้างยาก
เพราะว่าไม่มีเครื่องโม่แป้ง มันต้องอาศัยมือนวดแป้งล้วน ๆ แป้งสมัยก่อนจะแข็งเป็นหิน
ในอดีตคนจีนเขาทำกุยช่ายเพื่อไหว้บรรพบุรุษ หรือเจ้าที่ ซึ่งคนจีนแผ่นดินใหญ่
ร้อยละเก้าสิบทำเป็นกันหมด แต่ในขณะเดียวกันกุยช่ายเค้าถือว่าเป็นขนมกรรมกร
คนมีเงินก็จะไม่ค่อยรับประทานกัน
อาม่าลี้ป๋อเง็ก
เป็นลูกคนเดียวของเหล่าม่าที่สืบทอดฝีมือประกอบอาชีพขายกุยช่ายเป็นหลัก
โดยจะเน้นขายส่งที่ ตลาดพลู สีลม บางรัก แล้วก็แถวเซนต์หลุยส์ ส่วนอาม่าเองจะไปขายปลีกแถวประตูน้ำ
เพราะไม่อยากขายทับลูกค้าตัวเอง เข็นรถเข็นไปขายกุยช่ายแถวประตูน้ำอยู่เกือบ ๓๐ ปี
หลังจากมีปัญหาความรุนแรงทางการเมือง (พ.ศ.๒๕๕๑ - ๒๕๕๓) ต้องหยุดขายที่ประตูน้ำที่
จากนั้น ๔ - ๕ ปี ผู้สืบทอดรุ่นที่ ๓ จึงทำแบบขายปลีกกันดู ก็เลยเริ่มขายอยู่ตรงใต้สะพานตลาดพลูเนี่ย
ขายอยู่ประมาณปีกว่า ๆ ปรากฏว่าผลตอบรับจากลูกค้าค่อนข้างดี
ต่อมาคุณโจ๊ค
ศุภโชค เรืองศิริเดชา ทายาทรุ่นที่ ๔ ตัดสินใจออกมาทำร้านกุยช่ายติดแอร์ชื่อร้าน
“ลี้ป๋อเง็ก” ตามชื่ออาม่า โดยเช่าห้องแถวใกล้สี่แยกตลาดพลู ตั้งแต่เปิดมาผลตอบรับค่อนข้างดี
แม้ผ่านช่วงโควิดที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยกระทบ
เพราะว่าพฤติกรรมการทานกุยช่ายของคนตลาดพลูคือ ซื้อกลับบ้านอยู่แล้ว
จุดเด่นของกุยช่ายร้านนี้คือไส้เยอะ
แป้งหนานุ่ม แล้วก็ลื่นลงคอ เวลาทานที่ร้านเนี่ยสามารถทานได้ทั้งแบบนึ่ง แล้วก็ทอด
สามารถเก็บเข้าตู้เย็นได้ แป้งไม่คืนตัว จุดเด่นอีกอย่างของร้านคือ โชยจี่ก๊วย
กุยช่ายที่เป็นสีเหลี่ยมทอด ถ้าเป็นที่ร้านนี้มีครัว ลูกค้าก็จะได้ทานแบบสด
วันต่อวัน และก็จะมีความกรอบนอก แต่ข้างในยังนุ่ม ”
เมนูเด็ดของร้านอีกอย่างคือไส้ข้าวเหนียว
สมัยก่อนไส้ข้าวเหนียวจะเป็นผักกุยช่ายแล้วยัดใส่ข้าวเหนียวเลย เหมือนโอนิกิริ
ของญี่ปุ่นอ่ะ ทางร้านจึงอยากเอาไส้ข้าวเหนียวแบบเก่า
มาให้คนรุ่นใหม่ได้ลองทานกันดู แต่เมนูนี้ขบวนการผลิตค่อนข้างยุ่งยาก
ใช้เวลานานกว่าจะเสร็จ แนะนำให้มาช่วงบ่าย หรือสอบถามมาก่อน
แล้วก็มีเมนูประยุกต์
เมนูเสริมต่าง ๆ เช่น โชยจี่ก้วย ผัดไข่ใส่ถั่วงอก แล้วอีกอย่างนึงคือหมี่อโยธยา
เป็นหมี่มุสลิมโบราณของคนอยุธยา มันจะคล้าย ๆ หมี่โคราชแต่เป็นแบบมังสวิรัติ
รสชาติจะเผ็ดนำ
นอกจากขายกุยช่ายแล้ว
ยังทีกาแฟโบราณย่งฮะฮวด (ตราช้าง) เป็นกิจการของอากง (คุณปู่) คุณศุภโชค เมื่อเปิดร้านลี้ป๋อเง็กแล้วจึงเอามารวมเปิดในร้านเดียวกัน
ร้านกาแฟโบราณย่งฮะฮวด ขายมาหกสิบกว่าปีแล้ว เมื่อเริ่มต้นเปิดร้านอยู่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
แล้วย้ายมาเปิดที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ อากงจะใช้เมล็ดกาแฟคั่ว ๑๐๐ % เมื่อคั่วก็จะได้กลิ่นกาแฟเต็มร้อย

Post a Comment