วัดประดู่ฉิมพลี: หลวงปู่โต๊ะ

 

วัดประดู่ฉิมพลี


วัดประดู่ฉิมพลี เป็นวัดราษฎร์ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๖๘ ถนนเพชรเกษม แขวงท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ เดิมเรียกว่า วัดสิมพลี หรือ วัดฉิมพลี เพราะบริเวณที่ตั้งวัดเต็มไปด้วยต้นงิ้ว ในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) เมื่อครั้งเป็นพระยาศรีพิพัฒนรัตนราชโกษา จางวางพระคลังสินค้า ซึ่งเป็นผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ได้จัดหาที่ดินและก่อสร้างวัดขึ้น ใช้เวลานานถึง ๘ ปี จึงแล้วเสร็จบริบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ กล่าวกันว่า ในเวลานั้นวัดสิมพลีเป็นวัดราษฎร์ที่ใหญ่และงดงามกว่าวัดราษฎร์โดยทั่วไป

 

สิ่งสำคัญภายในพระอารามแห่งนี้ อาทิ

พระอุโบสถ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน กว้าง ๑๓ เมตร ยาว ๓๒ เมตร สร้างตามศิลปะแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ ๓ คือแบบประยุกต์จีนไทย หลังคาลด ๓ ชั้น ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และคันทวย หน้าบันเป็นแบบปั้นลายปูนประดับกระเบื้องเคลือบต่างสี ซุ้มประตูหน้าต่างปั้นลายปูนเป็นลายดอกไม้ใบไม้

 

พระประธานในอุโบสถ มีนามว่า “หลวงพ่อสุโขทัย พระพุทธสัมพันธมุนี” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๙๙ นิ้ว พระพุทธรูปองค์นี้มีเรื่องเล่าว่า เมื่อวัดสร้างแล้วเสร็จนั้น สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ ได้เพียรพยายามเสาะหาพระพุทธรูปที่สวยงาม เพื่อนำมาประดิษฐานในพระอุโบสถ แทนพระพุทธรูป “พระศาสดา” ซึ่งรัชกาลที่ ๔ โปรดให้เชิญไปไว้ที่วัดบวรนิเวศวิหาร

 

พระวิหาร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน จำนวน ๒ หลัง ด้านทิศตะวันตก ๑ หลัง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ และด้านทิศตะวันออก ๑ หลัง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทับยืน

 

วัดประดู่ฉิมพลีเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ในช่วงที่พระราชสังวราภิมณฑ์ (โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ) เป็นเจ้าอาวาส ตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๕๖ - ๒๕๒๔ รวมเวลานานถึง ๖๘ ปี พระราชสังวราภิมณฑ์ หรือที่ชาวบ้านต่างเรียกขานกันว่า “หลวงปู่โต๊ะ” เป็นพระมหาเถระผู้ถึงพร้อมด้วยศีลาจารวัตร จนเป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของมหาชน แม้จนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์


ที่มา : https://mgronline.com/dhamma/detail/9590000055024


ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.